โดย Araya | วันที่ 8 ธันวาคม 2552
"น้ำ-ลม" พลังงานทางเลือก ลดรายจ่ายชุมชน
"...มาพูดถึงไฟฟ้าและพลังงาน ไฟฟ้าและพลังงานนี่ การไฟฟ้าต้องใช้พลังงาน เพราะว่าสำ หรับปั่นไฟฟ้า ต้องใช้พลังงานเพื่อให้มีพลังงานไฟฟ้า อันนี้ทำมานานแล้ว เวลาขาดแคลนเชื้อเพลิงก็บอกว่า ให้ปิดโทรทัศน์ ให้ปิดไฟ และบอกว่าได้ผลดี ความจริงเปิดโทรทัศน์นี้ไม่เป็นไร ถ้าน้ำ มันเชื้อเพลิงหมดแล้ว ก็ใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นได้ มีแต่ต้องขยัน หาวิธีที่ทำให้เชื้อเพลิงเกิดใหม่ เชื้อ เพลิงที่เรียกว่าน้ำมันนั้นมันจะหมด ภายในไม่กี่ปีหรือไม่กี่สิบปีก็หมด..."
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
พระราชทานแก่คณะบุคคลที่มาเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา พระราชวังดุสิตฯ
วันอาทิตย์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2548
ข้อมูลจาก หนังสือ 80 พรรษา ปวงประชาสุขศานต์ จัดทำโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระบุว่า "พลังงานทดแทน" หมายถึง พลังงานที่ผลิตขึ้นใช้แทนพลังงานเชื้อเพลิง แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ "พลังงานทดแทนที่ใช้แล้วหมดไป" หรือพลังงานสิ้นเปลือง เช่น พลังงานถ่านหิน พลัง งานนิวเคลียร์ พลังงานหินน้ำมัน พลังงานถ่านน้ำมัน ฯลฯและ "พลังงานทดแทนที่ไม่มีวันหมด" หรือนำมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้ เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม พลังงานน้ำ พลังงานชีวมวลซึ่งได้จากอินทรียวัตถุในธรรมชาติที่นำมาเปลี่ยน เป็นพลังงานได้ เช่น แกลบ ชานอ้อย เปลือกไม้ กากปาล์ม ซังข้าวโพด ฯลฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสนพระราชหฤทัยเกี่ยวกับพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง ด้วยในภาคการเกษตรมีการใช้พลังงานเพื่อดำเนินกิจกรรมต่างๆ อาทิ เครื่องไถนา เครื่องสูบน้ำ เครื่องกลเรือดังนั้นพระองค์ได้ทรงคิดค้นพลังงานด้านอื่นๆ นอกจากน้ำมัน เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามา รถลดต้นทุนการผลิตและสามารถผลิตพลังงานขึ้นมาใช้เองได้ อีกทั้งยังมีพระราชดำริว่าในอนาคตพลังงานจะขาดแคลน ทั้งพลังงานจากธรรมชาติและผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง
เวิ้งกว้างแห่งทุ่งนา ในตำบลเลยวังไสย์ อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย หลายปีก่อนพื้นที่แห่งนี้ แห้งแล้ง เนื่องด้วยมีลักษณะเป็นเนินเขา เกษตรกรมีปัญหาในเรื่องของการนำ "น้ำ" ที่อยู่ในพื้นที่ต่ำหรือในหุบเขาขึ้นมาใช้บนไร่นาในฤดูแล้ง และมีค่าใช้จ่ายจำนวนมากเป็นค่าเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องสูบน้ำ ประกอบกับสภาพพื้นที่ของชุมชนเป็นพื้นที่สูง และมีลักษณะเป็นร่องเขาระหว่างเทือกเขาภูหลวงและภูกระดึงทำให้มีกระแสลมพัดแรงตลอดเวลาสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น และมูลนิธิเลยเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้น้อมนำพระราชดำริของพ่อหลวงเรื่องพลังงานทดแทนมาใช้ โดยร่วมกันหาแนวทางการใช้ประโยชน์จาก "ทุนทางธรรมชาติ" ที่มีอยู่ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง จัดทำ "โครงการพัฒนาสาธิตการใช้พลังงานทางเลือกเพื่อส่งเสริมสุขภาวะชุมชนในเขตอำเภอภูหลวง จังหวัดเลย" ขึ้นมาโดยใช้พื้นที่ของ "ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูหลวง" เป็นฐานเรียนรู้ด้านพลังงานทางเลือกให้กับชุมชน ภายใต้การสนับสนุนจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส.
ดิรก สาระวดี นักวิจัยจากสถาบันวิจัยและพัฒนามหาวิทยาลัยขอนแก่น อธิบายว่า พื้นที่แห่งนี้ฐานเดิมเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการทำการเกษตรแบบธรรมชาติ ร่วมกับชุมชนมาตั้งแต่ปี 2547 จึงเลือกใช้พื้นที่ของศูนย์กสิกรรมธรรมชาติภูหลวง เพื่อให้เป็นแหล่งขยายความรู้ ในเรื่องของพลังงานทางเลือกที่เหมาะสมโดยชุมชนมีส่วนร่วม
"เป้าหมายของโครงการพลังงานทางเลือก อย่างน้อยเราอยากจะให้คนในชุมชนนำเอาศักยภาพในพื้นที่ที่มีอยู่ของตนเองมาใช้ โดยเฉพาะเรื่องของลมเนื่องจากพื้นที่ตรงนี้มีความเหมาะ สมสูงมาก และเราพยายามที่จะสร้างปราชญ์ชาวบ้านด้านพลังงานทางเลือก เพื่อให้เกิดการต่อยอดได้เอง นอกจากนี้ เราพยายามที่จะสร้างให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ผสมผสานระหว่างป่าผืนใหญ่ วิถีชีวิตชุมชน และพลังงานทางเลือกอย่างเหมาะสม" นายดิรก กล่าว
"ลม" เป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความกดดันของบรรยากาศและแรงจากการหมุนของโลก สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเร็วลมและกำลังลม เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปว่าลมเป็นพลังงานรูปหนึ่งที่มีอยู่ในตัวเอง ซึ่งในบางครั้งแรงที่เกิดจากลมอาจทำให้บ้านเรือนที่อยู่อาศัยพังทลายต้นไม้หักโค่นลง สิ่งของวัตถุต่างๆ ล้มหรือปลิวลอยไปตามลม ฯลฯในปัจจุบันมนุษย์จึงได้ให้ความสำคัญและนำพลังงานจากลมมาใช้ประโยชน์มากขึ้น เนื่องจากพลังงานลมมีอยู่โดยทั่วไป ไม่ต้องซื้อหา เป็นพลังงานที่สะอาดไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสภาพแวดล้อม และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างไม่รู้จักหมดสิ้น
เขาเล่าว่า ทางโครงการฯ มีแนวคิดที่จะพัฒนาด้านพลังงานทดแทนอย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มปริมาณต้นไม้เพื่อเป็นแหล่งพลังงานทดแทน ด้วยการปลูกต้นไม้เพื่อฟื้นป่ารักษาแหล่งน้ำ ปลูกต้น ไม้หัวไร่ปลายนา เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงานชีวมวล กระตุ้นให้ชุมชนให้เกิดความรักและหวงแหนภูมิทัศน์อันสวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติในพื้นที่ไปพร้อมๆ กับการพัฒนาและสาธิตการใช้พลังงานทางเลือกให้กับชุมชน ทั้งในเรื่องของเตาเผาถ่าน การผลิตน้ำส้มควันไม้ การพัฒนาเตาเศรษฐกิจเพื่อประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ ทว่าพลังงานทดแทนที่โดดเด่นและถือได้ว่าเป็นภูมิปัญญาของชุมชนแห่งนี้ก็คือเรื่องของ "กังหันลม" เพื่อผลิตไฟฟ้าและ "เครื่องตะบันน้ำ" เพื่อสูบน้ำไปใช้บนไร่นา
"กังหันลม" (Wind turbine) คือ เครื่องจักรกลอย่างหนึ่งที่สามารถรับและแปลงพลังงานจลน์จากการเคลื่อนที่ของลมให้เป็นพลังงานกลได้ และนำพลังงานกลมาใช้เพื่อสูบน้ำโดยตรงหรือผลิตเป็นพลังงานไฟฟ้า การพัฒนากังหันลมเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ เริ่มมีมาตั้งแต่สมัยอียิปต์โบราณจนถึงยุคปัจจุบัน โดยการออกแบบกังหันลมต้องอาศัยความรู้ทางด้านพลศาสตร์ของลมและหลักวิศวกรรมศาสตร์ในแขนงต่าง ๆ เพื่อให้ได้กำลังงาน พลังงาน และประสิทธิภาพสูงสุด
อดิศร สุนทรารักษ์ รองเลขาธิการมูลนิธิเลยเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน กล่าวเสริมว่า น้ำเป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าการที่จะเอาน้ำมาใช้สนับสนุนในแปลงเกษตรของชาวบ้านนั้นเป็นเรื่องยาก เพราะอยู่บนพื้นที่สูง ชาวบ้านต้องไปซื้อน้ำมัน ซื้อเครื่องสูบน้ำขึ้นไปใช้บนเขา เลยมีความคิดว่าน่า จะนำเรื่องของพลังงานทดแทนมาใช้"สิ่งที่เราอยากเห็นในพื้นที่นี้คือ ชาวบ้านอยู่ได้อยู่ดีมีสุขภายใต้แนวคิดเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียง และการพึ่งตนเอง โดยเราจะสนับสนุนในเรื่องของเทคโนโลยีที่เหมาะสม อย่างกังหันลมชาวบ้านสามารถสร้างเองได้เกือบทั้งหมด ใบของกังหันก็ทำจากไม้ ยกเว้นอุปกรณ์บางอย่างที่ต้องซื้อมาประกอบ แต่เรากำลังพัฒนา ให้มีราคาถูกลง แต่ปัจจุบันยังมีราคาแพงโดยมีต้นทุนประมาณ 40,000 บาท"อดิศรเล่าว่า พลังงานที่ได้นั้น ชาวบ้านสามารถที่จะนำไปใช้กับเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งไฟส่องสว่าง อุปกรณ์สำนักงาน ส่วนเครื่องตะบันน้ำมีต้นทุนที่ถูกมากเพียง 2 พันบาทเท่านั้น ใช้กระสอบทรายทำ Check Dam ก็สามารถที่จะส่งน้ำขึ้นไปบนเขาที่สูงๆ ได้ไกลเป็นกิโลเมตร โดยสามารถสูบน้ำได้ชั่วโมงละประมาณ 200 ลิตร ซึ่งพลังงานทางเลือกทั้ง 2 ด้านก็จะไปตอบโจทย์ในเรื่องของน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเกษตร ทำอย่างไรให้ลดต้นทุนในการนำน้ำขึ้นมาใช้แสวง ดาปะ กำนันตำบลเลยวังไสย์ เล่าว่าเข้ามาทำงานร่วมกับมูลนิธิฯตั้งแต่ปี 2545 ซึ่งมีแนวคิดในการสร้างสุขภาวะให้กับชุมชน ด้วยการสนับสนุนการจัดทำแปลงเกษตรตัวอย่างเพื่อให้มีการเรียนรู้ร่วมกัน ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ทำการเกษตรแบบพออยู่ พอกินพอใช้
"มีไร่อยู่บนภูเขาแต่มีน้ำอยู่ข้างล่างก็เลยคิดว่า ทำอย่างไรจะนำน้ำขึ้นมาใช้ได้โดยยึดหลักของในหลวง เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงว่า เรามีอะไรอยู่ก็เอาสิ่งนั้นมาเป็นทุน เห็นว่าที่สวนมีลมแรงเพราะอยู่บนเนินเขา ทำอย่างไรที่จะเอาลมมาเป็นประโยชน์ได้ ก็เลยคิดว่าจะทำกังหันลมมาผลิตไฟฟ้าเพื่อสูบน้ำขึ้นมาใช้เขาเล่าว่า เมื่อก่อนที่ใช้เครื่องสูบน้ำต้องใช้น้ำมันเบนซินวันละไม่ต่ำกว่า 4 ลิตร ช่วงน้ำมันแพงๆ ก็หมดเงินไปวันละหลายร้อยบาท ซึ่งเรื่องของพลังงานทดแทนชาวบ้านเริ่มสนใจกันมากขึ้น แต่ยังติดในเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ยังสูงอยู่"
นับเป็นเวลาหลายสิบปี ที่ พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย พระราชทานแนวคิดและโครงการในพระราชดำริอันเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาพลังงานทางเลือกมากมายพระองค์ทรงเป็นหลักชัยที่ทำให้พสกนิกรชาวไทยมี แนวทางในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข บนหลักความ "มีเหตุผล" และ "พอเพียง" อย่างแท้จริง